กิจกรรมปลูกหญ้าให้พะยูน จ.ตรัง

ได้ฤกษ์เดินทางกันเสียที...สำหรับกิจกรรมชวนคนรุ่นใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมร่วมปลูกหญ้าให้พะยูน ที่จังหวัดตรัง กับ www.peppermintfield.com หลังจากที่ต้องเจออุปสรรคมากมายทั้งช่วงเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง และคลื่นยักษ์สึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ถัดมาเจอฝนตกหนักจนน้ำท่วมภาคใต้ของประเทศไทย ทำให้จำเป็นต้องเลื่อนกันออกไป เพราะความห่วงใยในสวัสดิภาพของทุกคนจากผู้บริหารของเพพเพอร์มินท์ ฟิลด์...และแล้วกิจกรรมดีๆ ที่รอคอยก็มาถึงจนได้...

 

 

27 พฤษภาคม 54: วันแรกของการเดินทาง

05.30 น. คณะเดินทางต่างทยอยถึงสนามบินดอนเมืองแต่เช้าตรู่ โดยทีมงานเพพเพอร์มินท์ ฟิลด์ รอต้อนรับด้วยรอยยิ้มแสนหวานเป็นกันเอง พร้อมจัดการเช็คชื่อ และสัมภาระต่างๆให้เรียบร้อย

คณะเดินทางครั้งนี้ประกอบด้วยผู้โชคดีจาก www.peppermintfieid.com ทีมงานและผู้บริหารจากบริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) จำกัด ผู้ผลิตยาดมและจัดจำหน่ายยาดมเพพเพอร์มินท์ ฟิลด์ ซึ่งมาร่วมกิจกรรมด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีดาราหนุ่มนิสัยดี โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์ ควงแขนคุณพ่อร่วมเดินทางไปกับเราด้วย เรียกเสียงกรี๊ดแก่ชาวคณะเดินทางอย่างมากมายที่จะได้ใกล้ชิดกับโอ อนุชิต เป็นเวลาถึง 2 วัน 1 คืน

หลังจากคณะเดินทางในครั้งนี้รวมตัวกันครบแล้ว จึงได้ทำการแชะภาพหมู่เป็นที่ระลึกก่อนทำการขึ้นเครื่องนกแอร์ เที่ยวบิน DD 7400 เหินฟ้ามุ่งหน้าสู่จังหวัดตรัง


08.10 น. เดินทางถึงจังหวัดตรัง ถิ่นพะยูน ตัวการของทริปในครั้งนี้...หลายคนตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยเดินทางมา จ.ตรัง เลย ที่สำคัญเมืองตรัง เค้ามีดีมากมายไม่ใช่แต่ที่เที่ยวเท่านั้น อย่างของดีขึ้นชื่อเมืองตรังที่คนทั้งประเทศรู้จัก “หมูย่างเมืองตรัง” จนติดอยู่ในคำขวัญ จ.ตรัง “เยือนเมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา” ท่าทางทริปนี้เที่ยวสนุก กินอร่อย ของฝากติดมือเพียบแน่...

หลังจากนั้นเดินทางต่อด้วยรถบัสปรับอากาศสู่โรงแรมเรือรัษฎา เพื่อเช็คอินเข้าห้องพักเก็บสัมภาระ และเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองพร้อมลุย เพราะกิจกรรมของวันนี้จะอยู่ที่ทะเลตรังเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงกิจกรรมไฮไลท์ “ปลูกหญ้าให้พะยูน” เช่นกัน...

พอลงจากรถบัสเข้าตัวโรงแรมก็ได้รับการต้อนรับด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ “น้ำะตูม” ดื่มแล้วชื่นใจที่สุด โรงแรมนี้เพิ่งปรับปรุงใหม่เสร็จสภาพจึงใหม่มาก และค่อนข้างทันสมัยทีเดียว



09.30 น. คณะออกเดินทางสู่ท่าเรือปากเมง และขึ้นสปีทโบทไปถ้ำมรกต ถือเป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ ที่ต้องไปเที่ยว ระหว่างเดินทางหลายคนอารมณ์เบิกบานมากเป็นพิเศษทั้งที่เพิ่งเริ่มต้น เพราะท้องทะเลอันดามันอันงดงาม น้ำทะเลสีคราม ท้องฟ้าสดใส จนต้องหยิบกล้องขึ้นมาลั่นชัตเตอร์ทันที่อย่างไม่ยั้งมือกัน..แชะ ...แชะ..แชะ


ถ้ำมรกต

อกจากท่าเรือปากเมงประมาณ 20 นาทีก็ถึงถ้ำมรกต ถ้ำมหัศจรรย์กลางทะเล จะเข้าออกได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น ปากถ้ำเป็นโพรงเล็กๆ การเข้าออกจะต้องลอยคอในน้ำ ลอดถ้ำอันมืดมิด ผ่านเส้นทางคดโค้ง ระยะทางประมาณ 80 เมตร เข้าแถวเรียงหนึ่งตามคนนำทาง จับคนข้างหน้าไว้ให้มั่นไม่งั้นอาจหลงทางได้ และต้องสามัคคีถีบๆๆ เสมือนถีบจักรยานเข้าไป ที่ต้องสามัคคีเพราะถ้าไม่ช่วยกันถีบก็จะไม่ถึงที่หมายดังนั้นทั้งคณะต้องสามัคคีกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวให้ถึงที่หมาย และเมื่อพ้นปากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่งจะเป็นหาดทรายขาวสะอาดล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชัน ที่มีฟ้าสีครามเป็นหลังคา และผนังแต่งแต้มด้วยลายเขียวของใบไม้ โพรงที่ลอดเข้าถ้ำมรกตจะอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของตัวเกาะ ยามแสงอาทิตย์ทำมุมพอเหมาะทั้งเกาะและเวิ้งถ้ำก็พลันกลายเป็นสีเขียวมรกตงดงาม...คุ้มค่า...หายเหนื่อยทีเดียว

ทั้งคณะใช้เวลาชื่นชมความมหัศจรรย์กลางทะเล รวมทั้งแชะภาพอย่างมันส์มืออยู่ประมาณ 30 นาทีจนอิ่มเอม แล้วก็ถึงเวลาสามัคคีถีบๆๆ อีกรอบเพื่อออกไปขึ้นเรือไปยังจุดหมายต่อไป...

ดำน้ำชมประการัง แวกว่ายแข่งปลาสีสวยใต้ท้องทะเลอันดามัน

นั่งเรือต่อมาอีกไม่ไกลก็ถึงบริเวณจุดดำน้ำบริเวณหน้าเกาะกระดาน ทางทีมงานได้ทำการแจกสน๊อคเกิ้ลให้คณะเดินทางเพื่อดำน้ำชมความงามของประการัง และปลาสวยๆ ใต้ท้องทะเลอันดามันกันอีก 1 ชั่วโมง ต่างคนต่างรีบโดดน้ำกันเพื่อที่จะได้ชื่นชมความงามของท้องทะเลไทยกันอย่างเต็มที่....

หลังจากนั้นคณะเดินทางก็ย้ายกันต่อมาที่หาดทรายขาว บนเกาะกระดาน เพื่อเติมพลังด้วยการรับประทานอาหารกลางวัน...เป็นบุฟเฟ่ต์มื้ออร่อยทีเดียว เมนูอะไรบ้าง...ดูกันเอาเองละกัน



ลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว ก็พักผ่อนตามอัธยาศัย...บางจับกลุ่มเม้าส์ถึงความตื่นเต้นจากถ้ำมรกต บางนอนหลับเอาแรงสำหรับกิจกรรมต่อไป บางลงเล่นน้ำหน้าหาดกันต่อ หรือเดินชมวิวสวยๆ รอบเกาะ...เก็บเกี่ยวความทรงจำอันงดงามกลับไปกับตัว

15.00 น. เดินทางออกจากเกาะกระดาน กลับไปยังบริเวณใกล้ๆ กับท่าเรือปากเมงเพื่อทำกิจกรรมปลูกหญ้าทะเลให้พะยูน...ไฮไลท์ของการเดินทางครั้งนี้



สำหรับการเดินทางมา จ. ตรัง ครั้งนี้ ทางทีมงาน www.peppermintfield.com และยาดมเพพเพอร์มินท์ ฟิลด์ มีเจตนารมณ์ต้องการชวนคนไทยรุ่นใหม่มาร่วมกันคนละไม้คนมือในการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเฉพาะการอนุรักษ์พะยูนซึ่งมีความสำคัญยิ่งนัก เพราะพะยูนเป็นสัตว์สงวน  1 ใน 16 ชนิดของประเทศไทย เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของโลก ทะเลไทยมีพะยูนประมาณ 250 ตัว ฝั่งทะเลอ่าวไทยประมาณ 50 ตัว ฝั่งทะเลอันดามันประมาณ 150 ตัว ทะเลตรังเป็นที่อาศัยของพะยูนประมาณ 150 ตัว หญ้าทะเลเป็นอาหารหลักของพะยูน ทะเลตรังมีหญ้าทะเล 11 ชนิดจาก 12 ชนิดในประเทศไทย

ลองมารู้จักข้อมูลส่วนตัวของเจ้าพะยูนกันสักนิด...

พะยูนมีบรรพบุรุษเดียวกับช้าง เลี้ยงลูกด้วยนมหายใจด้วยปอดต้องขึ้นหายใจที่ผิวน้ำทุก 2-3 นาที พะยูนมีอายุเฉลียวราว 70 ปี โตเต็มวัยจะมีความยาวประมาณ 3 เมตร น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม พะยูนไม่สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเลี้ยง การคุ้มครองพะยูนต้องคุ้มครองให้ขยายพันธุ์โดยธรรมชาติ แม่พะยูนตั้งท้องนาน 13-14 เดือน คลอดลูกครั้งละตัว เลี้ยงลูกอ่อนนาน 18 เดือน ทิ้งระยะลูกแต่ละตัว 3-7 ปี แม่พะยูนให้น้ำนมลูกและสอนให้ลูกกินหญ้าทะเล หากแม่พะยูนตาย หรือลูกพลัดหลงจากแม่พะยูน ลูกพะยูนจะไม่สามารถมีชีวิตรอดได้...ส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์พะยูนคือการไม่ทำลายหญ้าทะเล...

 


ปลูกหญ้าทะเลเป็นแหล่งอาหารให้พะยูน

มื่อคณะทั้งหมดมาถึงบริเวณปลูกหญ้าทะเล เราได้รับเกียรติจากวิทยากรสาวใต้รุ่นใหม่ จากรั้วสถาบันราชภัฎสงขลา เล่าว่าบริเวณนี้มีพะยูนเหลือเพียง 3 ตัวเท่านั้น แหล่งอาหารก็ขาดแคลน ด้วยความห่วงใยและใส่ใจของชาวบ้านบริเวณ รวมถึงอาจารย์จากสถาบันราชภัฎสงขลาจึงได้การคิดค้นวิธีเพาะกล้าหญ้าทะเล เพื่อนำไปปลูกต่อในทะเลและสามารถเจริญเติบโตเป็นแหล่งอาหารของพะยูนต่อไป

 

เสร็จภารกิจช่วยพะยูนแล้วก็แชะภาพหมู่เป็นหลักฐานแห่งความภาคภูมิใจซะหน่อย...หลังจากนั้นขึ้นเรือกลับมาที่ท่าเรือปากเมง และเดินทางกลับยังที่พัก...


19.00 น. คณะเข้ารับประรับทานอาหารค่ำที่ร้านอาหาร บ้านสวนสุดาพร เริ่มต้นช่วงมื้อค่ำแสนอบอุ่นด้วยการกล่าวต้อนรับผู้โชคดีทุกท่านจากกิจกรรม “อนุรักษ์พะยูนกับ www.peppermintfield.com” อย่างเป็นทางการจาก คุณสุวรรณา เอี่ยมพิกุล (อัครพงศ์พิศักดิ์) ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) จำกัด พร้อมกล่าวเชิญชวนให้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศไทยด้วยคำคมกินใจ “ไม่มีใครรักประเทศไทยเท่ากับคนไทย และเราก็เป็นคนไทยก็ควรรักประเทศไทย ทางบริษัทฯ จึงได้จัดกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติของไทย เพราะอยากให้คนไทยมาร่วมกัน ถึงแม้จะเป็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่ง แต่ก็สามารถสร้างให้เกิดการรับรู้ และขยายวงกว้างออกไปเพื่อคนอื่นๆ มาช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ”

ต่อจากนั้นก็จะเข้าบรรยากาศแห่งของความสนุกสนานรื่นเริง เริ่มต้นด้วยการให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละคนแนะนำตัว ตามด้วยการร้องคาราโอเกะ พร้อมรับของที่ระลึกน่ารักๆ เป็นตุ๊กตาพะยูนตัวน้อย สีขาวบริสุทธิ์....ก่อนกลับไปพักผ่อนเอาแรงกันยังห้องพัก


 

 

28 พฤษภาคม 54: วันที่สองของการเดินทาง

วันที่สองจะค่อนข้างฟรีเดย์ช่วงเช้า โดยจะปล่อยให้ทั้งคณะเดินทางได้พักผ่อนอย่างสบายๆ กำหนดเดินทางออกจากโรงแรมประมาณ 10.30 น. สำหรับใครที่ชอบตื่นเช้ามีคณะไปเดินตลาดเช้าเพื่อรับประทานหมูย่างเมืองตรัง หรือจะซื้อเป็นของฝากติดมือกลับไปให้คนที่บ้านก็เตรียมพร้อมช่วงประมาณ 07.00 น.

10.30 คณะเดินทางออกจากโรงแรมไปยังถ้ำเลเขากอบ แวะรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทางที่ร้าน..บ้่านสุวิมล

เมนูน่ากินอีกแย้ว.....

หลังจากอิ่มกันแล้ว...ทาง บริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) จำกัด แนะนำผลิตภัณฑ์ยาดมเซียงเพียง รูปโฉมใหม่ พร้อมแจกให้ทดลองใช้กัน...ผู้โชคดียิ้มปลื้มแก้มปริถึงความใจดี....


13.00 น. เดินทางถึงถ้ำเลเขากรอบ อีกหนึ่งอันซีนไทยแลนด์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ เป็นถ้ำมีทางน้ำใต้ดินไหลผ่านต้องใช้เรือล่องตามลำน้ำเข้าไปข้างในเพื่อชมหินงอกหินย้อยสวยงาม จะมีการก่อตัวของหินอยู่ภายในค่อนข้างสลับซับซ้อน เป็นประติมากรรมธรรมชาติซึ่งหาชมได้ยากยิ่งในที่อื่นๆ ระยะทางประมาณ 4 กม. มีโถงถ้ำหลายแห่ง เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร และถ้ำท้องพระโรง ส่วนด่านสุดท้ายก่อนออกมาเป็นด่านที่หินที่สุดสำหรับทดสอบคนใจแข็งเรียกว่า “ถ้ำลอด” หรือ “ลอดท้องมังกร” เพราะจะเป็นการล่องเรือเข้าในถ้ำที่มีผนังทุกด้านเท่าขนาดลำเรือนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเวลาล่องเรือชมจะต้องนอนราบไปกับเรือและไม่มีระบบไฟฟ้าเนื่องจากเพดานถ้ำต่ำ แถมผนังถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยสลับกันไปสร้างความระทึกให้ชาวคณะทุกลำ ใครใจไม่แข็งทนไม่ไหวเกิดความรู้สึกเสียวก็จะร้องกรี๊ดสนั่นลั่นถ้ำกันไปตลอดทาง....

 

หลังจากระทึกขวัญกันจากถ้ำเลเขากอบก็ได้เวลาจากลา จ.ตรัง กลับมาสู่ชีวิตความจริงกันต่อโดยทั้งหมดเดินทางกลับกรุงเทพด้วยเครื่องบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD 7411 ช่วงระหว่างรอขึ้นเครื่อง มาดูบรรยากาศความอบอุ่นประทับใจที่ต่างคนต่างที่มา แต่ได้กลายเป็นเหมือนเพื่อนกันในเวลาอันสั้น และจะกลายเป็นภาพความทรงจำที่ดีตลอดไป...

18.20 น. เดินทางถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจในการไปเยือน จ.ตรัง และกิจกรรมอนุรักษ์พะยูนกับ www.peppermintfield.com พิสูจน์ได้จากใบหน้าชื่นมื่นของแต่ละคน...

 

 

 

>>More Events


แสดงความคิดเห็น 

p_nijitet: 21-06-2011
ขอบคุณพี่ๆทีมงา นทุกคนมากนะคะ ขอบคุณมากๆจริงๆ ที่ให้โอกาสคนตั วเล็กๆคนหนึ่งได ้เป็นส่วนหนึ่งข องกิจกรรมนี้ และขอบคุณสำหรับ ความทุ่มเทและกา รดูแลเอาใจใส่ รู้ว่าพี่ๆต้องเ หนื่อยแน่ๆ ขอบคุณจากใจจริง ๆค่ะ
 
ิำำbeerza: 09-06-2011
อยากเปนส่วนหนึ่ งของกิจกรรมดีดี แบบนี้ต้องทำอย่ างไรบ้างค่ะ
 
่joongko: 05-06-2011
ดีใจและยินดีเป็ นอย่างมากเลยค่ะ ที่ได้ร่วมกิจกร รมดีดีกับPepper mintfield ภาพทุกภาพเป็นคว ามประทับใจที่ไม ่อาจลืมเลือนได้ เลย ^^
 

กรุณา login หรือ register เพื่อแสดงความคิดเห็น

news and promotions

<< Previous Next >>
copyright © 2010 bertram chemical (1982) co.,ltd. all rights reserved.